Salam Lumah Part-16
เหนื่อยใจเสนอ...
Salam Lumah
Jin × Kazuya
Inspiration: กิ่งฉัตร-เสราดารัล
โสภาค สุวรรณ-ยังมีรักที่อฮักการ์
Part 16
ตลาดเช้ากลางเมืองหลวงโซลาเวียค่อนข้างสกปรกด้วยเศษผักหญ้า เมื่อเจ้าของร้านเด็ดเอาส่วนที่ขายไม่ได้ทิ้งขว้างไว้ให้คนดูแลเก็บกวาดตอนตลาดวาย สภาพเมืองหลวงที่เพิ่งเกิดเหตุสลดไปเมื่อวานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้คนยังคงวุ่นวายจับจ่ายซื้อของ จินต้องคอยเดินเลี่ยงทั้งขยะทั้งคนพร้อมกับเบี่ยงตัวไปพูดคุยกับหลานเจ้าของห้องพักที่จินอาศัย
เด็กหนุ่มตื่นเต้นกับการต้อนรับชาวต่างชาติผมทองจึงอาสาเป็นไกด์นำทัวร์รอบเมือง
เด็กชายคุยจ้อด้วยภาษาอิระคำอังกฤษคำ ทำให้จินต้องคอยพูดแก้ให้ออกเสียงอย่างถูกต้องแทบทุกประโยค แต่ก็ถือเป็นการสืบข่าวที่ชวนให้หัวเราะที่สุดเท่าที่เคยทำมา เด็กชายไม่ระแวงที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ไม่ว่าจะสถานการณ์ทั่วไปของอิระหรือข่าวสารวงในที่ได้ฟังมาอีกต่อ
สรุปว่าเหตุการณ์เมื่อวานเป็นคนของรัฐบาลหรือ
ชัวร์ครับพี่ ลุงท้ายซอยแกเล่าว่าเห็นกะตา คนที่ลับๆ ล่อๆ แถวคล็อกทาวเวอร์เมื่ออาฟเตอร์นูนเป็นคนของซากาโมโต้ไม่ผิดแน่
แล้วคนอื่นเชื่ออย่างนั้นมั้ย หันไปถามเสร็จจินก็ต้องเบี่ยงศีรษะหลบตะกร้าผักใบโต
โอ๊ย เถียงกันใหญ่โตเลยพี่ ซัมวันก็บอกว่าพรรคใหม่แหละทำ นี่เกือบวางบ็อกซิ่งกันเลยนะ
แล้วเราล่ะเชื่อฝ่ายไหน
ผมหรือพี่ ผมอ่ะ บีลีฟว่าลุงแกพูดจริง แกสติเฟื่องไปหน่อยแต่ก็ไม่โม้หรอกครับ
งั้นหรือ... คนข่าวของเขาเองก็รายงานมาอย่างเดียวกัน แต่จินยังคงเคลือบแคลงในจุดประสงค์
คิดอย่างไรก็ไม่เห็นประโยชน์ที่ซากาโมโต้จะทำร้ายประชาชนอย่างนั้น
พี่ซื้อเฟรชเวจเจทเทเบิ้ลหน่อยมั้ยครับ ร้านนั้นผมแนะนำปลอดสารพิษ
เวจเทเบิ้ล ไม่ใช่เวจเจท ถ้าพี่ซื้อไปแล้วให้แม่เราทำให้ได้มั้ยล่ะ
ได้เลยพี่ งั้นพี่ซื้อเนื้อไปด้วยนะ เด็กชายเสนอด้วยยิ้มยิงฟัน จินตรวจนับธนบัตรในมือแล้วก็พยักหน้ารับอารมณ์ดี
ผักนี่ขายยังไงครับ
จินฟังราคาขายที่ดูจะแพงกว่าปกติสามสี่เท่าก็ส่งสัญาญให้เด็กหนุ่มต่อให้ จนได้ราคาที่พอทำใจกับสภาพวิกฤตของบ้านเมืองจินก็ตกลงซื้อ ซึ่งก็ค่อนข้างมากแต่เด็กหนุ่มก็ชี้ให้ซื้ออีกสามสี่ชนิดไปเผื่อ
นั่นใบยะซารึเปล่าครับ มีขายเท่านี้เองหรือ จินชี้ไปยังกองผักข้างตัวแม่ค้าที่ยุบลงไปเหลืออยู่ไม่กี่กำ ซึ่งถ้าทำกินก็จะได้เพียงแกงหม้อเล็กๆ เท่านั้น
ผักชนิดนี้เมื่อก่อนนั้นหาได้ทั่วไปในแผ่นดินซาลาม ลูมาฮ์ แม้แต่บริเวณค่ายใหญ่ที่อากาศแห้งกว่าส่วนอื่นๆ ทว่าตั้งแต่เกิดการสู้รบยะซาก็กลายเป็นพืชหายากไม่ต่างจากซาลามสีน้ำเงิน ด้วยยะซาเป็นพืชชอบน้ำ อีกอย่างคือมันไม่ใช่พืชเศรษฐกิจอย่างอินทผลัมหรือองุ่น จึงไม่มีคนสนใจที่จะหาเมล็ดพันธุ์มาปลูกใหม่ เขาจำได้ว่าแรกๆ นั้นโทโมะบ่นเป็นหมีกินผึ้งทีเดียวเพราะเจ้าตัวชอบกินแกงยะซาเป็นที่สุด
อื้อ เมื่อกี้แม่บ้านหลังใหญ่หลังสีเทานู้นน่ะ เพิ่งเหมาไปเอง เห็นแกว่าที่บ้านมีคนเจอลูกหลงระเบิดเมื่อวาน จะเอาไปรักษาไข้
โอ้โห เหมาไปเกือบทั้งแผงนี่โดนระเบิดกันทั้งบ้านหรือไง เด็กชายบ่นอย่างเสียดายที่โดนตัดหน้าแกงหม้ออร่อย
บ้านหลังนั้นของใครหรือ จินกระซิบถามด้วยเห็นว่าบ้านหลังที่ว่าค่อนข้างใหญ่เกินคนธรรมดา ถ้าไม่ใช่เศรษฐีคนสำคัญก็ต้องเป็นพวกมียศมีตำแหน่ง
อ๋อ บ้านท่านอิคุตะครับ
บ้านใครนะ
พี่รู้จักมั้ยครับ คนของรัฐบาลน่ะครับ ชื่อ อิคุตะ โทมะ
ชื่อของคนที่เคยมาเยือนซาลามชวนให้จินสะกิดใจ ยิ่งไปกว่านั้น คนคนนี้เขาจำได้ว่าเมื่อวานเห็นอยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกา
แล้วคนของรัฐบาลที่ว่า... จะมีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือไม่
เดี๋ยวนะ พี่มีโทรศัพท์เข้า โทรศัพท์มือถือที่เขาเพิ่งซื้อมาเมื่อวานใช้เป็นเครื่องมือปลีกตัวเพื่อไปทำงาน
หนุ่มผมทองแกล้งต่อบทสนทนาด้วยภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อกับสิ่งไร้ชีวิตในมือ ก่อนจะหันไปหาเด็กชายที่กำลังรับเงินทอนมาจากแม่ค้า
เดี๋ยวเราแบกของกลับไปก่อนนะ พี่โดนเรียกไปทำข่าวที่อื่นน่ะ แล้วจะตามไปกินด้วย
จินถ่ายของให้เด็กชายรับไปถือ ส่วนตัวเขาก็หันไปพยักหน้ากับคนเข็นผักที่กรายเข้ามาใกล้ ก่อนจะเดินนำไปโดยที่ชายคนนั้นค่อยๆ หาทางเดินตามอย่างไม่ให้ใครผิดสังเกต
หนึ่งนักข่าวอิระ กับหนึ่งคนเข็นผักโซลาเวียเดินเคียงกันไปห่างๆ จนถึงถนนหน้าบ้านอิคุตะ
ท่านอาคานิชิสนใจบ้านหลังนี้หรือครับ
อืม... ฉันสงสัยอะไรบางอย่าง
....................................................................................................................................................................
เช้าวันหลังเกิดเหตุไม่คาดฝัน อากาศดูเหมือนจะเย็นลงไปราวกลับกลางวันเป็นกลางคืน ฝ้าที่กระจกยังคงมีอยู่แม้แสงอาทิตย์จะเริ่มพ้นขอบฟ้ามานานพอสมควรแล้ว
โทโมะเอานิ้วเขี่ยเล่นวาดเป็นรูปต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย แต่ภายในใจคิดจดจ่อเพียงอยากออกไปพิสูจน์อุณหภูมิข้างนอกนั่น
ซุปใบยะซาของโปรดของเขาถูกตั้งไว้ที่ข้างเตียงเป็นเช้าวันที่สามตั้งแต่ฟื้น ต่างตรงเช้านี้ไม่มีคนตามมาคุมการกินเหมือนทุกครั้ง
คงเพราะต้องนอนพะงาบๆ ให้คนอื่นคอยป้อนอยู่เหมือนกัน
สมน้ำหน้า... ชอบหาเรื่องใส่ตัวไม่เคยเปลี่ยน
ไม่ผิดจากเมื่อยามเด็กที่เขาต้องคอยช่วยพูดไม่ให้ถูกแม่ตี เพราะเคยเล่นซนจนเกือบทำไฟไหม้ครัว หรืออีกทีก็ขี่อูฐเล่นจนทำอูฐหาย
บ่อยครั้งเข้าก็ถูกเรียกจากคนละแวกนั้นว่าตัวซวย
ซวย...จนสุดท้ายทำให้แม่ตัวเองต้องตาย
นึกแล้ว ถ้ากระผมไม่เข้ามาพระองค์จะไม่รับประทาน
คนในความคิดโผล่เข้ามาเงียบเชียบ แม้จะกระเผลกด้วยไม้ค้ำคู่แต่ก็ยังรักษาความเบาจนเขาแทบจับคงามเคลื่อนไหวไม่ได้
องค์ชายแห่งซาลามไม่อยากต่อความยั่วเย้าในคำทักทาย เพียงแต่เดินเลี่ยงไปนั่งลงที่ขอบเตียงแล้วผินหน้าไปอีกทางเสีย
เดินได้แล้วหรือ
คนถามได้รับรอยยิ้มกว้างยินดีราวกับหัวใจชุ่มฉ่ำด้วยไมตรีจิต ทั้งที่โทโมะมั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีเจออยู่ในคำถามเมื่อครู่
รอยยิ้มของเจ้าบ้านที่เห็นได้บ่อยขึ้นในช่วงวันหลังๆ สร้างความหงุดหงิดให้คนอย่างองค์ชายโทโมอิสะเป็นที่สุด ด้วยรู้สึกขยะแขยงคนที่แม้แต่บ้านเมืองตัวเองกำลังจะวินาศก็ยังมาทำอารมณ์ดี
ไม่อยากคิดว่าตอนที่หันหัวมาภักดีต่อโซลาเวีย ได้ถล่มน้ำลายใส่แผ่นดินซาลามไว้เท่าไหร่
ไม่หนักหนานี่อะไรกระหม่อม ที่โดนน้ำร้อนลวกเมื่อตอนเด็กๆ จำได้ว่าเจ็บกว่านี้ซะอีก ดีที่...คราวนั้นพระองค์ช่วยหาสมุนไพรมาประคบให้
นี่ก็อีกเรื่อง ขยันทวนความทรงจำถึงสมัยเก่าซะเหลือเกิน ทั้งที่ครั้งไปเป็นทูตเจรจาที่ซาลาม...ไม่มีการพูดถึงหรือทำท่าว่าจำกันได้ด้วยซ้ำ
ทั้งๆ ที่คิดไปแล้วว่าลืมกันหมดไม่มีเหลือ
แบบนี้ต้องการอะไร?
จะไม่รับประทานจริงๆ หรือกระหม่อม หรือพระองค์เจ็บแผลมากจนยกแขนไม่ไหว คนรับใช้ของกระผมบอกว่าเมื่อวานพระองค์มีโลหิตซึมออกมาก
ผมไม่ได้เป็นอะไร แค่ไม่หิว
คนบนไม้ค้ำไสตัวเข้ามาใกล้เข้ามามากขึ้น เสียงที่ตะเบ็งอยู่บ้างเมื่อคราวแรกก็กระซิบลงตามระยะห่างที่เหลือน้อย
ไม่หิวก็รับประทานเสียหน่อยกระหม่อม หรือพระองค์ไม่อยากหายเร็วๆ
อันที่จริงตอนนี้ก็เดินได้แล้ว
เดินไปกี่ก้าวก่อนจะทรุดล่ะกระหม่อม
โทโมะหันไปสบสายตานิ่งที่ค้านกับวาจายอกย้อนด้วยความโมโหอย่างอดไม่ได้
ก็คงทรุดทีหลังคุณ
ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ทันพวกทหารโซลาเวียอยู่ดี
ไม่ต้องมาขู่!
เจ้าของบ้านลากเก้าอี้มานั่งเคียงเจ้าของห้อง ก่อนจะไพล่ไม้ค้ำไปทางอื่นแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่ง
พระองค์ก็ทราบว่ากระผมไม่ได้ขู่ ถึงแม้สภาพบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ซากาโมโต้อาจจะถอนสายตาไปจากซาลาม แต่ก็ใช่ว่าจะเลิกใส่ใจ ยิ่งถ้ารู้ว่าพระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ในเมืองหลวง... ใต้จมูก
งั้นผมก็ควรจะออกไปอยู่นอกจมูกของมันโดยเร็ว...ใช่มั้ย
กระผมจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่พระองค์จะพร้อม น้ำเสียงของคนอารมณ์ดีเปลี่ยนเป็นห้วนสั้นขึ้น
องค์ชายโทโมอิสะลอบยิ้มกับตัวเองที่ทำให้ความระรื่นหายไปจากใบหน้าคนบางคนได้สำเร็จ
นานนักผมอาจจะช่วยคุณตัดสินใจ สักวัน
ไม่นานเกินความอดทนของพระองค์หรอกกระหม่อม
แต่ไม่แน่ว่าเส้นความอดทนของเขาจะขาดลงเร็วกว่าที่อีกคนคาดคิดก็เป็นได้ โทโมะรับรู้ถึงความขมวดเกร็งในช่องท้องของตนอันเป็นผลมาจากความเครียด ที่เคยฝึกให้ร่างกายรับรู้และอดทนกับความทรมานเขายังมีจิตใจที่ร่าเริงมากกว่านี้
ไม่แน่ถ้ากลับได้ไปจะลองเสนอให้จินฝึกทหารใหม่ด้วยการติดคุกร่วมห้องขังกับคนที่ชิงชังดู อาจเป็นบทเรียนสำหรับการฝึกจิตที่ดี
หากพระองค์เบื่อซุปใบยะซาแล้วกระผมจะให้เด็กไปเปลี่ยน ถ้ายังไงลองอาหารเช้าแบบโซลาเวียดูมั้ยกระหม่อม
ไม่ต้อง ถ้าต้องกินอาหารโซลาเวีย อดตายเสียดีกว่า!
จบคำปฏิเสธ เจ้าของบ้านที่กำลังยกถ้วยซุปไปก็ปล่อยมันลงที่เดิม แรงและดังเกินความตั้งใจของคนทำและยังความคาดไม่ถึงต่อคนที่นั่งอยู่บนเตียง
มันต่างอะไรกระหม่อม ไม่ว่าอาหารแบบไหน ในเมื่อพ่อครัวก็คนโซลาเวีย คนยกอาหารเข้ามาก็โซลาเวีย เครื่องปรุงทุกอย่างในจานก็โซลาเวีย อากาศที่หายใจเข้าไปอยู่ทุกเฮือกก็โซลาเวีย! โซลาเวียผิดขนาดที่ร่วมโลกกันไม่ได้ ต้องพินาศไปเสียข้างหนึ่งหรือไรกระหม่อม
แล้วไม่ใช่โซลาเวียหรือที่ก่อความพินาศให้คนอื่นเขาก่อน
ถ้าเช่นนั้นก็จงแค้นและมุ่งมั่นทำลายล้างทุกอณูไม่ให้เหลือซากเสียเลยกระหม่อม ทำอย่างที่ซาลามตราหน้าโซลาเวีย มาเป็นปีศาจอย่างที่ซาลามบอกว่าโซลาเวียเป็น
อย่าคิดว่าไม่กล้า
กระผมไม่ได้พูดเรื่องความกล้า กระผมพูดถึงการนิยาม โซลาเวียของพระองค์คืออะไร รัฐบาลโซลาเวีย คนโซลาเวีย หรือทุกอย่างที่เป็นโซลาเวีย ศัตรูที่พระองค์จงเกลียดจงชัง...คืออะไร
เพราะถ้าศัตรูของพระองค์คือทุกอย่างของโซลาเวียกระผมคง...
ความเจ็บตึงที่หลังแล่นริ้วขึ้นมาเสียจนโทโมะต้องหันหน้าหนีสายตาของผู้ที่หมายหัวว่าเป็นศัตรู
แผลพระองค์มีเลือดซึม กระผมขอประทานอภัย--
อย่าเข้ามา
คนบนไม้ค้ำชะงักฝีเท้าตัวเองเมื่อพบประกายกร้าวแห่งความโกรธเกลียดของอีกฝ่าย โทมะเบี่ยงตัวไปกดกริ่งที่หัวโต๊ะแทนที่จะเข้าไปดูแผลนั้นเองอย่างที่ตั้งใจไว้ทีแรก
เพียงแค่ไม่ถึงนาทีแต่ยาวนานราวชั้วกัปชั่วกัลป์ของคนในห้อง หญิงสาวรับใช้ก็เปิดประตูเข้ามา รับคำสั่งภาษาโซลาเวียเร็วปรื๋อจากคนเป็นนาย ก่อนที่คนสั่งจะออกจากห้องไปด้วยการทิ้งน้ำหนักลงเต็มสองเท้า หญิงสาวเงอะงะเข้ามาปลดผ้าพันแผลออกจากหลังของคนที่ยังคงประกายไฟในดวงตาจนเสียงประตูปิดสนิท
เมื่อพบว่าเลือดไหลซึมออกมากกว่าที่คิดก็สาละวนหาสำลีมาซับเป็นใหญ่
.......................................................................................................................................................................
จินทราบที่อยู่ขององค์ชายโทโมอิสะแล้วกระหม่อม
จริงหรือ
ทันทีที่ถูกเรียก เหนือหัวมิยาเกะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดียวกับเจ้าของเดิมโดยไม่รอให้อีกฝ่ายลุกออกไปก่อน โอคาดะที่ถูกทับชายเสื้อไว้ก็ต้องจำใจนั่งเคียงเช่นคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงต่อไป
นี่ติดต่อกันทางเมลแบบนี้น่ะหรือ
ไม่มีหนทางไหนที่ไวกว่านี้นี่กระหม่อม แต่ถ้าซาลามมีเงินเหลือเฝือคงซื้อดาวเทียมมาใช้สักดวง
เอาเถอะ ซากาโมโต้อาจจะนึกว่าเรายังใช้รหัสมอสกันอยู่ก็ได้
ผู้ไม่คุ้นเคยเทคโนโลยีส่งให้ผู้ชำนาญการเลื่อนเมาส์ขึ้นลงเพื่ออ่านข้อความ ทั้งหมดมีเพียงข่าวภาษาอิระห้าหกย่อหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไปและคำสัมภาษณ์ความคิดเห็นประชาชนสามสี่คน
ไหนที่เกี่ยวกับน้องเรา ไม่เห็นมี หรือต้องถอดรหัส
จินเรียกองค์ชายรัชทายาทว่ายะซาน่ะกระหม่อม ตรงคำสัมภาษณ์ของแม่ค้า
นี่หรือ ข้าวยากหมากแพงไปหมด ขนาดใบยะซาพวกขุนนางยังเก็บเข้าคลังเลย อ้าว ขุนนางที่ไหนล่ะ
รายนามคนบาดเจ็บที่จินเขียน มีอิคุตะคนเดียวที่เป็นคนของรัฐบาลกระหม่อม
มิยาเกะมองรหัสในเนื้อข่าวด้วยความฉงนฉงาย
คลุมเครือจะตาย นายแน่ใจนะว่าจินหมายถึงอย่างนั้น
รหัสของจินตอนทำงานแรกๆ คลุมเครือเข้าใจยากกว่านี้อีกกระหม่อม นี่กระผมพอจะชินกับสไตล์ของเขาแล้ว
งั้นหรือ เออ...อย่างว่าล่ะนะคนเป็นแม่ทัพให้มาทำงานสืบข่าวก็อย่างเนี้ย เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็มีเรื่องหนึ่งที่คนอย่างจินไม่ถนัด
คำสบประมาทที่เจ้าตัวมาได้ยินกับหูคงร้อนอาสน์ ด้วยความสงสารลูกน้องโอคาดะจึงชั่งใจอยู่ว่าจะเอาไปเล่าต่อหรือเก็บไว้ดี อย่างไรจินก็คงไม่ได้ลงสนามสืบข่าวเองบ่อยๆ
อิคุตะหรือ...
อิคุตะ โทมะ รายนี้เคยมาเป็นทูตเจรจาครั้งแลกเปลี่ยนพระองค์กับตัวประกันกระหม่อม
โทมะ...
เหนือหัวซาลามลุกจากเก้าอี้มาเดินจงกรมอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ สักสามรอบท่านผู้ปกครองจึงกระแอมถามด้วยความสงสัย
รู้จักหรือกระหม่อม
อิคุตะน่ะไม่รู้จัก แต่โทมะเนี่ยคุ้นๆ อยู่...แต่มันนึกไม่ออก ว่าแล้วมิยาเกะก็เค้นความคิดของตัวเองด้วยการเดินวัดความยาวความกว้างของห้อง แม้อีกฝ่ายเริ่มกุมขมับแล้วก็ยังไม่พอใจ
พักรับประทานกลางวันก่อนมั้ยกระหม่อม วันนี้คนครัวทำอาหารมังสวิรัติมาให้พระองค์แล้ว โอคาดะพยายามจูงใจให้อีกฝ่ายสงบสติลงโดยดี
เอ้อ! มังสวิรัติ ผัก ลูกแม่ม่ายท้ายหมู่บ้าน โทมะ โทมะเพื่อนเล่นโทโมะ ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดัง นิ้วที่ชี้ตรงมาที่คู่สนทนายิ่งใกล้จะทิ่มไปกลางหน้าผากเข้าทุกที
เพื่อนขององค์ชายหรือกระหม่อม ไม่เห็นได้ยินองค์ชายกล่าวถึงเลย
จะได้ยินได้ยังไงเล้า... นานนมเกือบจะยี่สิบปีแล้ว
ยังไม่ทันที่โอคาดะจะบวกลบเลขยี่สิบที่ว่ากับอายุขององค์ชายโทโมอิสะ เหนือหัวแห่งซาลามก็ปรบมือลั่นด้วยความคิดอีกประการ
จุนอิจิ เราว่าต้องใช่แน่ๆ เลย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ช่วยน้องเราไว้ แล้วน้องเราคงไม่ยอมอยู่ที่นั่นดีๆ
แต่... แน่หรือว่ามันคือความช่วยเหลือ อะไรบอกว่าองค์ชายโทโมอิสะยอมอยู่ที่นั่นดีๆ กระทั่งอะไรที่มายืนยันความเป็นคนคนเดียวกันนอกจากชื่อต้นก็ไม่มี กระหม่อมว่า
เชื่อเราสิจุนอิจิ สไตล์ของน้องเรา เรารู้ดี
เชื่อเราสิ น้ำเสียงแบบที่สะกดคนฟังให้รู้สึกเหมือนสายธารเย็นชื่นฉ่ำใจกำลังเอ่อล้น จนเผลอปล่อยให้ข้อกังวลทั้งหมดไหลผ่านมือไปโดยง่าย ขนาดคนอย่างเขายังแพ้ให้ทั้งใจ มีหรือคนอื่นจะไม่ยอมสยบ
เขาว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งองค์เหนือหัวของซาลาม ใครได้มารู้จักคนคนนี้คงจะยอมเชื่อได้สักที
กระหม่อม... ถ้าอย่างนั้นจะให้กระผมตอบกลับจินไปว่ายังไงกระหม่อม
ก็บอกให้ทำงานต่อไปซะสิ คนอื่นๆ ที่หายไปมีอีกตั้งเยอะ ใช่แต่น้องเราที่สำคัญ
ทิ้งไว้แค่นั้นเหนือหัวมิยาเกะก็หันไปเพลิดเพลินกับมังสวิรัติจานร้อน โอคาดะจะนิ่งค้างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไรไม่ใช่เรื่องที่จะใส่ใจ
เพราะการถอดรหัสใส่รหัสก็ไม่ใช่เรื่องถนัดของมิยาเกะเช่นกัน
ผู้ปกครองแห่งซาลาม ลูมาฮ์ ใคร่ครวญเนื้อความที่จะตอบเมลของจินกลับไปอยู่ราวครึ่งนาที
นาทีนี้เขาอยากจะย้อนกลับไปถึงตอนที่ถูกคาเมนาชิถามในวันที่จับมา เหตุผลที่เลือกทำตามแผนนั้น แผนที่แม้แต่จินหรือโทโมะยังคัดค้านในตอนต้น
แค่ต้องสำเร็จเท่านั้นเอง แค่ต้องเอาเหนือหัวคนนี้กลับมาเท่านั้นเอง
และคนทั้งซาลามรู้ดี ถึงได้ยอมทำตามคำสั่งของเขาแม้ความเสี่ยงภัยไล่ตามหลังมา พลาดนิดเดียวก็อาจก่อศัตรูเพิ่มได้ไม่รู้เท่าไหร่
แต่ทางไหนที่พอมีหวัง ริบหรี่เท่าไหร่ก็ต้องลองทำเท่านั้นเอง...


ท่าทางโทมะจะแย่หน่อยนะคะ__ยามะพีไม่ยอมดีด้วยเลย
ขอให้จินกะคาเมะเจอกันเร็วๆนะคะพี่___ชอบเวลาที่สองคนนั้นอยู่ด้วยกันมากเลยค่ะ
ปล.การพิมพ์อาจจะแปลกๆไป__สเปสบาเสียน่ะค่ะ